Home |  Hot Stories |  Economic & Investment |  Education |  Life style |  The Alami Report |  About us |  Contact us
 

 เล่ห์ฝรั่งแก๊งค์ค้ามนุษย์ หลอกสาวไทยให้เงิน10ล้าน 

          สำนักข่าวอะลามี่ : เตือนสาวไทยที่ลงหาคู่ผ่านเน็ต ระวังโดนหลอก โดยอ้างเป็นวิศวะกรฝรั่ง ทำงานบริษัทยักษ์ใหญ่อเมริกา อยากมีบ้านและมาอยู่เมืองไทย สาวไทยในญี่ปุ่น เกือบหลงกล หลังบอกจะให้เงิน10 ล้านบาท โชคดีไหวตัวทันตรวจสอบก่อนรู้ว่าโดนหลอก หวั่นตกเป็นเหยื่อแก๊งค์ค้ามนุษย์

 

             นิกกี้ สาวไทย วัย 29 ปี อาศัยในเมือง วะกะยาม่า ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยกับ ” สำนักข่าว อะลามี่”  เมื่อเร็วๆนี้ เขาได้รู้จักกับหนุ่มอเมริกันคนหนึ่ง ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยได้คุยและสนิทสนมกันนานร่วมสองเดือน

            “ หลังจากที่คุยจนสนิท เขาก็ถามไปมาว่าเราต้องการอะไร  เพราะเขารู้ว่าเราเป็นคนไทย เขาก็บอกว่า อยากมาเมืองไทย และต้องการมาอยู่เมืองไทย เขาบอกว่า อยากได้อะไรก็ไปเอากับบริษัทของเขาซึ่งตั้งอยู่ในมาเลเชีย ซึ่งเป็นตัวแทนของเขา” 

            นิกกี้ เล่าว่า  ฝรั่งคนนี้ระบุว่าเขาชื่อ โทนี่ มอริส  โดยเขาอ้างว่า เขาทำงานให้กับบริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ในอเมริกา โดยทำหน้าที่เป็นวิศวะกรวางท่อก๊าซในทะเล  ไม่สามารถเข้าฝั่งได้ หากต้องการอะไรให้ติดต่อนายไมเคิล ที่ มาเลเชีย เบอร์โทร +66876333551

            โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ “สนิสา” ซึ่งพูดไทยได้ ประสานงานมา แต่ทุกครั้งที่พยายามจะถามรายละเอียด ผู้หญิงคนนี้จะบ่ายเบี่ยงและไม่ตอบ โดยจะให้ นายไมเคิล ซึ่งพูดภาษาอังกฤษ ต่อสายมา และบอกให้เขาเดินทางไปมาเลเซีย เพื่อมารับเงิน จำนวน 10ล้านบาท เพื่อให้มาลงทุนและซื้อบ้านในเมืองไทย

            นิกกี้ เล่าอีกว่า เมื่อเขาสอบถามถึงสถานที่ตั้งบริษัทฯ ในมาเลเซีย นายไมเคิ้ล ไม่ยอมบอก เพียงแต่บอกว่า อยู่ในกัวลาลัมแปอร์ และเป็นความลับของบริษัทฯที่ไม่สามารถบอกได้ ขณะที่ หญิงสาวอีกคนที่เป็นนกต่อ ที่ชื่อ “สนิสา” ก็ทำเป็นยุ่ง ไม่สามารถคุยสายได้ ก่อนจะให้ นายไมเคิ้ล ต่อสายกลับมา 3-4 ครั้ง

           ส่วนโทนี่ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็น วิศวะกร ในอเมริกา ได้ส่งภาพถ่ายเขามาให้ดู พร้อมกับเมลล์มาหาบ่อยครั้ง รวมทั้งโทรมาคุยด้วยหลายครั้ง โดยบอกว่าให้มาเอาเงิน ของเขาได้เลย 10-20 ล้านบาท ซึ่งภาพที่เขาส่งมาให้เราดูนั้น เราไม่ก็ไม่รู้ว่าตัวจริงหรือไม่ เพราะเราไม่เคยเจอตัวจริงกันเลย

           “ฉันอยากให้เธอ ฉันรักเธออะไรอย่างนี้ แต่พอถามว่า บริษัทถึงบริษัทในอเมริกา และตำแหน่งหน้าที่การงาน พร้อมรหัสบัตรสมาชิก และโทรศัพท์ สำนักงาน เขากลับมายอมบอก เพียงแต่บอกว่า ขณะนี้ได้โทรศัพท์ไปแจ้งที่สำนักงานสาขาที่มาเลเซียแล้วให้ไปรับเงินได้เลยในวันที่ 19 เมษายน 2555 ที่จะถึงนี้โดยจะมีคนมารับที่สนามบิน ”

           นิกกี้ เล่าว่า เขาพยายามพูดเพื่อให้เราตัดสินใจและให้เรารีบไปรับรับเงิน เพราะเขาไม่มีเวลา โดยไม่บอกรายละเอียดว่าไปรับที่ไหน เพียงแต่ให้ไปรับที่มาเลเซีย

           “ ก่อนที่เขาจะให้เราไปรับเงิน ลักษณะการทำงานเป็นมืออาชีพ และมีระบบมาก โดยเขาขอเลขพาสพอร์ตและเลขบัตรประจำตัวประชาชนของเราไป โดยบอกว่า จะเป็นการยืนยันผู้รับ และจะทำเอกสารเบิกเงิน ” นิกกี้ กล่าวและว่า

           หลังจากนั้นก็นัดหมายให้เราไปรับเงิน โดยเขาบอกว่าเราต้องเตรียมเงิน ให้เขา 300,000 บาท เพื่อจะจ่ายค่าเอกสาร ก่อนจะรับเงินมาได้เลย แต่หลังจากที่ประสานงานกันจึงเริ่มเอะใจ ว่า อาจเป็นแก๊งค์หลอกลวง หรือ อาจเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ เราขอให้เขาเอาเงินมาให้ที่สนามบิน แต่ได้รับการปฎิเสธ

          “เขาคุยกับเราจนทำให้เราหลงเชื่อใจ และเกือบเชื่อเขาทุกอย่าง โชคดีที่เราไหวตัวทัน ไม่งั้นไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเท่าที่ทราบขณะนี้แก๊งหลอกสาว หรือแก๊งค์ค้ามนุษย์ ได้ไปใช้มาเลเซีย เป็นฐานจำนวนมาก กลัวว่าเขาจะหลอกเราไปขายหรือส่งลงเรือ เพื่อให้บริการกับแรงงานในเรือ” นิกกี้ เล่าต่อว่า

           สำหรับนายโทนี่  ซึ่งอ้างว่าทำงานในทะเลบอกว่าก่อนหน้านี้เขาเคยมีภรรยา แต่ตอนหลังภรรยาหนีออกจากบ้านพร้อมได้หอบเงินจำนวน 40 ล้านบาท ของเขาไปด้วย ซึ่งเขาถามว่า ...แล้วโทนี่ ไม่กลัวเขาจะเอาเงินหนีเหรอ ซึ่ง นายโทนี่ บอกว่า ”...  ไม่กลัวหรอก เพราะฉันรักเธอ ...“ 

            นิกกี้ บอกว่า ปัจจุบันมีหญิงสาวคนไทยมาทำงานในญี่ปุ่นจำนวนมาก โดยอาชีพหลักคือทำงานในสปา เนื่องจากธุรกิจสปา ในญี่ปุ่นได้รับความสนใจมาก โดยในจำนวนนี้พบว่าสาวไทยในญี่ปุ่นหลายคน ก็นิยมโพสต์หาคู่ผ่านอินเตอร์เน็ต จึงกลัวว่า สาวไทยจะโดนหลอกเหมือนตน จึงนำเรื่องนี้มาเปิดเผย เพื่อไม่ให้คนอื่นหลงเชื่อ และอาจเป็นเหยื่อของแก็งค์ค้ามนุษย์ต่อไป

            “ขณะนี้กำลังจะเดินทางไปที่สถานีตำรวจในเมืองใกล้บ้านในญี่ปุ่น เพื่อขอลงบันทึกประจำวัน เพราะเกรงว่าแก๊งค์มิจฉาชีพนี้ จะเลขพาสพอร์ตและเลขบัตรประจำตัวประชาชนของตนเอง ไปทำใช้ในทางเสียหายต่อไป” นิกกี้ กล่าว.

           

 

 
    Topview
Un-reviving Relationship Thai-Saudi impact on Thailand in AEC 
พาตีเมาะ สะดียามู สตรีมุสลิมคนแรกนั่งรองผู้ว่าฯ 
คลิบฉาว..!! 2ทหารเกณฑ์บังคับข่มขืนสาวปัตตานีว่อน 
“โรงเตี๊ยมมุสลิม”ธุรกิจ"ติ๋มซำ"อาหารทางเลือกสำหรัมุสลิม 
เล่ห์ฝรั่งแก๊งค์ค้ามนุษย์หลอกสาวไทยให้เงิน10ล้านบาท 
ผู้ว่าฯเสนอ'มหาเถระสมาคม-จุฬาฯ'ชี้ขาดสร้างมัสยิดเชียงราย  
เสริมทหารพรานกว่า3พันนายลงชายแดนใต้  
เปิด70รายชื่อมุสลิม ผู้สมัคร สปช 
ธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นมุสลิมบูมสะพัดกว่า250ล้าน/ปี 
"ยางก้อนถ้วย"ทำชาวสวนเสียโอกาสรายได้2พันล้าน/ปี 
Copyrights © 2010 www.thealami.com All Rights Reserved.