Media Vdo
Home   /   Media Vdo  /   รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ยันวัคซีนโควิด ปลอดสารต้องห้ามแนะร่วมมือฉีดช่วยประเทศพ้นวิกฤติ

วัคซีนโควิด ปลอดสารต้องห้าม

แนะร่วมมือฉีดช่วยประเทศพ้นวิกฤติ

        นักวิทยาศาสตร์ฮาลาลยืนยันวัคซีนที่ใช้ในประเทศไทยปลอดจากสารปนเปื้อนที่ขัดหลักการศาสนา แนะร่วมกันฉีดวัคซีน เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้พ้นจากวิกฤติโควิด-19 นำพาประเทศและสังคมสู่ปกติ

        รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงในฐานะนักวิทยาศาสตร์ฮาลาล ว่า บทบาทของนักวิทยาศาสตร์ จะต้องทำความเข้าใจเรื่องวัคซีน กับชารีอะห์ หรือบทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม และต้องมีความเข้าใจในเงื่อนไขของความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ฮาลาลจะทำหน้าที่สื่อสารกับนักวิชาการศาสนา(อุลามะอฺ) เพราะการให้นักวิชาการศาสนาเข้าถึงในหลักวิทยาศาสตร์นั้นคงยาก ดังนั้นสังคมต้องสร้างนักวิทยาศาสตร์ฮาลาล เพื่อที่จะสามารถอธิบายด้านชาริอะห์ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ ได้

        อย่างไรก็ตามแม้ว่าเรามีวัคซีนแล้ว แต่สังคมส่วนหนึ่งยังมีข้อกังขาเรื่องวัคซีน โดยเฉพาะกลุ่มมุสลิม ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ฮาลาล ต้องเข้าใจบริบทสังคม จะเอาคำวินิจฉัยจากประเทศต่างๆ มาใช้ในเมืองไทยไม่ได้ เนื่องจากแต่ละสังคมมีแบบแผนแตกต่างกัน  ขณะที่เรื่องของวัคซีนเอง ก็ถูกตีความไม่เหมือนกัน บนพื้นฐานความเชื่อที่ต่างกัน

      ขณะนี้เกิดปัญหาเรื่องตีความหรือการวินิจฉัย บางกลุ่มอนุโลมให้ฉีดวัคซีนได้เพราะจำเป็น แต่บางกลุ่มอาจจะไม่ยอมรับคำวินิจฉัยหรือเป็นความเชื่อของกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่ง เนื่องจากแต่ละสังคมแตกต่างวัฒนธรรม รวมถึงความไม่เข้าใจทั้งบริบทหรือวัฒนธรรม

      รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน กล่าวว่า ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ฮาลาล เราได้ศึกษาวัคซีน ที่ใช้ในปัจจุบัน พบว่ามีการนำนวัตกรรมมาพัฒนาวัคซีน โดยเฉพาะที่นำมาฉีดในประเทศไทย ใช้วัคซีนแอสตร้าซิเนก้า และ ซิโนแวค ทั้งนี้เราศึกษาลึกลงไปพบว่าแอสตร้าเซเนก้า ไม่มีสารปนเปื้อนจากหมูตามที่มีการสงสัย ซึ่งทางโรงงานก็ยืนยันไม่มีโปรตีนจากส่วนผสมของสุกรในวัคซีน ดังกล่าว

       “ ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่บรรยายเรื่องวัคซีนในอาเซียนบ่อย หลายคนไม่รู้ว่าผมทำงานในโรงพยาบาลมา 23 ปี ผมอยู่ยุโรปและก็เป็นคนแรกๆ ในเบลเยี่ยม ที่ทำวิจัยเรื่องโรคเอดส์ ผมเป็นผู้บรรยายเรื่องวัคซีนให้หลายองค์กร ผมจึงกล้ายืนยัน เพราะทำงานด้านนี้มานาน ” รศ.ดร.วินัย กล่าวและว่า

       สำหรับกระแสการตื่นกลัวผลข้างเคียงหรือการต่อต้านวัคซีน เกิดจากหลายประเด็น เช่น ข่าวลือ ทั้งนี้ตั้งแต่มีการพัฒนาวัคซีนตัวแรกเมื่อร้อยปีที่ผ่านมา มีคนเสียชีวิตนับ 100 ล้านคน แต่หลังจากมีการพัฒนาวัคซีนได้แล้ว ในที่สุดโรคต่างๆ ก็หายไป

       “ ท่านศาสดาเคยสั่งว่าที่ใดมีเชื้อระบาด ให้ออกจากจุดนั้น แต่ก็ยังมีคนไม่เข้าใจโดยอ้างความเชื่อในพระเจ้า ในยุคประวัติศาสตร์ก็มีคนเสียชีวิตจากการไม่เข้าใจเรื่องนี้ ทั้งนี้แม้ว่าเราฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย100% กระนั้นเราจะต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง แต่เป็นการป้องกันโรคได้อย่างหนึ่ง ”

       รศ.ดร.วินัย กล่าวถึงกรณีที่ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศจะเปิดประเทศภายใน 120 วัน ว่า ปัจจัยสำคัญมาจากการฉีดวัคซีน รัฐบาลประกาศจะฉีดวัคซีนให้ได้อย่างน้อย 100 ล้านโดส หรือครอบคลุมประชากรประมาณ 60-70% ซึ่งในทางการแพทย์มองว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้

       อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้  ต้องฉีดวัคซีนจึงจะป้องกันการระบาดได้ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าสถิติจากทั่วโลกการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดลดลง เมื่อมีการฉีดวัคซีน การเสียชีวิตก็ลดลง แต่ประเทศไทยเรายังมีปัญหาเพราะเรายังฉีดน้อย ถ้าเราไม่เร่งฉีดวัคซีนอัตราการติดเชื้อก็จะยังมีต่อไป เราก็ไม่สามารถดำรงชีวิตปกติได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องเร่งฉีดวัคซีน

       “ รัฐบาลกำลังเป็นหัวขบวนในการนำรถไฟขบวนนี้ออกจากวิกฤติโควิด รถไฟที่กำลังจะเคลื่อนออกไป มุสลิมในประเทศก็เป็นเป็นหนึ่งในโบกี้รถไฟขบวนนี้ เราจะล็อกล้อ หรือเราจะมีส่วนในการผลักดันให้รถไฟขบวนนี้ สังคมไทยกลับไปสู่ภาวะปกติโดยเร็วหรือไม่