Hot Stories
Home   /   Hot Stories  /   “มอร์ซี

“มอร์ซี"กับตำแหน่งผู้นำ1ปี 2วัน บนถนนการเมืองอียิปต์ (ตอน 1)

โดย ดลหมาน ผ่องมะหึง รายงานสดจากกรุงไคโร ประเทศอิยิปต์


            สำนักข่าวอะลามี่ : ไฟฟ้าดับ น้ำหยุดไหล ข้าวของแพง เศรษฐกิจย่ำแย่ โจรชุม ความปลอดภัยไม่มี  เพราะใคร ถ้าไม่ใช่เพราะบังซี   “มุรซี ซาบับ” คำพูดนี้เป็นคำพูดยอดฮิตทั่วประเทศอียิปต์ ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ที่ไม่ดีต่างๆเกิดขึ้นในอียิปต์เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม

            กอปรกับสื่อพิมพ์ตีแผ่อย่างไม่ปราณี ตั้งแต่เริ่มขึ้นครอบบันลังค์อันยิ่งใหญ่ของ มอร์ซี  เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2555 จนถึง 3 ก.ค. 2556  เสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาให้ได้รับรู้กันเป็นระลอกอยู่เป็นประจำ ถ้าติดตามและอยู่กับชีวิตชาวอียิปต์จริงๆ ดูเหมือนการออกสื่อแต่ละครั้งจะไม่ยิ่งใหญ่หากเปรียบประธานาธิบดีคนเก่า

            หรือเป็นเพราะ มอร์ซี   มาจากมุสลิมบราเธอร์ฮูดหรือ อัลอิควาน มุสลีมีน ที่ไม่เน้นเรื่องการวางมาด การวางท่า หรือลีลาเมื่อออกสู่สายตาชนอย่างประธานาธิบดีประเทศอื่นๆทั่วไป และบางครั้งอาจจะดูนุ่มนวล สุภาพเกินกว่าที่อีกหลายล้านคนจะรับได้ในรูปแบบของประธานาธิบดี ที่ดูยังไงก็ไม่สง่าผ่าเผยน่าเกรงขามอย่างพญาอินทรีย์ เอกลักษณ์ที่ต้องดุดัน รุนแรงและเฉียบคม 

            อันนี้เท่าที่ผมสังเกตด้วยตัวเองจากการมาอยู่ยังประเทศแห่งนี้ได้เห็นมาดผู้นำคนก่อนแตกต่างจากมอร์ซี  อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะในเรื่องความเด็ดขาด สุดโต่ง หรือความเฉียบคมจนล้นเหลือ

            เหตุการณ์การเริ่มชุมนุมประท้วงได้เริ่มขึ้น เมื่อเหตุการณ์ในอียิปต์เริ่มจะแย่ลง ทั้งด้าน การเมือง เศรษฐกิจ สังคมและความปลอดภัย ทำให้ชาวรากหญ้าธรรมดาได้รวมตัวกันตั้งกลุ่มขึ้น ซึ่งอาจจะมีผู้อยู่เบื้องหลังเป็นผู้สนับสนุนในการรวมตัวของกลุ่มนี้ ภายใต้ชื่อว่า “ตามัรรุด” ซึ่งแปลว่า “ การลุกขึ้นสู้”

            โดยกลุ่มนี้ได้ทำการล่ารายชื่อเพื่อนำไปสู่การรวมตัวและทำการเรียกร้องให้ผู้นำออกจากตำแหน่งในวันครอบรอบหนึ่งปี ของการขึ้นครองอำนาจในวันที่ 30 มิถุนายน 2556  ที่ผ่านมา
            และก็เป็นจริงเกินคาด เมื่อมีการอุ่นเครื่องรวมพลคนไม่เอา มอร์ซี  เกิดขึ้นเกินกว่าที่พวกเขาคิดเอาไว้เสียด้วยซ้ำ

            งานเข้าในทันทีเมื่อกลุ่มคนรักบังซีเอง ก็มีจำนวนไม่น้อยไปกว่ากันโดยเริ่มอุ่นเครื่องรวมพลทั้งสองฝ่ายตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน ขึ้นทั่วประเทศอียิปต์ เช่น จุดวงเวียนใหญ่ ตะรีรสแควร์  กระทรวงกลาโหม  ร๊อบอะ อัลอาดาวียะห์  อิตตีฮาดียะห์ (ทำเนียบบังซี) เฮลิโอโปลิศ   อัลมาฮัลละห์ (จังหวัดฆ๊อรบียะห์)  สุเอซ  ปอร์ทสะอิด เป็นการอุ่นเครื่องที่ยิ่งใหญ่ กลายเป็นที่จับตาของทั่วโลกในทันที
            ในขณะเดียวกัน ข่าวสารเริ่มกระจายไปทั่วอียิปต์ทำให้ชาวรากหญ้าเริ่มมีปากเสียง ถกเถียงกันขึ้นในแต่ละวัน กลายเป็นเรื่องปรกติ เพราะผมต้องนั่งรถไป-กลับ ร่วมกับชาวอิยิปต์ทุกวัน
            ขณะที่ สถานทูตเอกอัครราชทูตไทย กรุงไคโร และสมาคมนักเรียนไทยในพระบรมราชูปภัมป์ ได้ประสานงานกันอย่างเข้มงวดเพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีเกิดเหตุบานปลายและอันตรายขึ้น ที่มีผลกระทบจากการชุมนุมในครั้งนี้ จึงได้มีการจัดจุดนัดรวมพลและดูแลกันหลายจุดในทุกสถานที่ ที่มีนักศึกษาและคนไทยพำนักอยู่

            ในที่สุดสถานการณ์ในกรุงไคโรก็ขยายวงกว้างและเป็นที่สนใจของคนทุกมุมโลก เมื่อมีการรวมตัวที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีการเผาที่ทำการ ถนนหนทาง และมีข่าวการเสียชีวิต ยิ่งทำให้ทุกคนเริ่มวิตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ในอินเตอร์เน็ต นั่นคือภาพของข่าว

            หากแต่ในความเป็นจริงของชีวิตประจำวันในประเทศอียิปต์แล้ว ยังคงปกติ กลางวันทุกคนยังคงเดินทางไปทำงาน ในทุกสายอาชีพแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อได้เวลาหลังเลิกงาน ทุกคนก็จะกลับไปรวมตัวกันตามจุดต่างๆ แต่ไมได้โหดร้าย รายแรงอย่างที่เห็น

            ภาพที่เราเห็นจริงๆในกรุงไคโรและอีกหลายแห่งในอิยิปต์ คือการไปพบปะสังสรรค์ นั่งรวมกลุ่มกันดื่มชา กาแฟ กอดกันที่ได้เจอกันเหมือนไม่ได้เจอกันมาเป็นแรมๆปี ร้านค้า แผงลอย ก็ยังเปิดให้บริการอย่างเต็มที่ ไม่เหมือนภาพการชุมนุมโหดร้ายเลยสักนิด

   
         แต่ทุกคนที่ไม่ใช่ชาวอียิปต์ต่างก็ระวังตัวกันอย่างดี โดยเฉพาะสังคมไทย ที่มีประมาณ 2,000 คน ในหลายสถานที่ โดยเฉพาะมากที่สุดคือในกรุงไคโร เพราะน้องๆนักศึกษาศึกษาอยู่ใน มหาวิทยาลัย อัลอัซฮัร  แต่ก็ยังมีคนไทยอีกหลายคนที่สนิทสนมกับอาหรับ และมีอีกหลายคนที่หัวหน้างานซึ่งเป็นชาวอาหรับพาออกมาเดินถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอย่างสนุกสนาน โดยไม่มีอันตรายแต่อย่างใด

            เหมือนเป็นการเย้ยให้เห็นว่า ข่าวที่ทางเมืองไทยอ่านกันมันไม่ได้เป็นจริงกับสิ่งที่พวกเขาได้มาเห็นกับตาตัวเอง หนึ่งในนั้นคือ คุณอามีนา สาวมั่นคนหนึ่งบอกับทีมข่าวอะลามี่ ว่า “ เขาไม่ได้กลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะพี่รู้ดีว่าเหตุการณ์จริงๆมันเป็นอย่างไร และเรามีเจตนาอะไรที่ทำ
            " บอกตรงๆนะถ้าแปลงร่างเป็นคนอียิปต์ได้ตอนนี้ จะแปลงร่างแล้วไปร่วมเจตนารมณ์กับพวกเขาเลย พวกเขาไม่ได้รุนแรงเกินความเป็นจริงที่หลายๆคนเข้าใจเลย พวกเขาก็แค่เรียกร้องความเป็นธรรม ในสิ่งที่พวกเขาควรได้รับ ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากประเทศเราเลย" คุณอามีนา  กล่าวและว่า ที่จริงแล้วพวกเขาตื่นขึ้นจากความมืดต่างหาก "...  It's need a Freedom and Alll is One ...”