Hot Stories
Home   /   Hot Stories  /   ธีระศักดิ์ ขนานใต้ นักธุรกิจมุสลิมอันดามัน

" ธีระศักดิ์  ขนานใต้ "

นักธุรกิจมุสลิมอันดามัน

++++++++++++++++++++++++++++

                                          " ผมมีความตั้งใจว่า จะทำสถานที่พัก เพื่อที่จะรองรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นมุสลิม
                                  และ รับรองแขกผู้ใหญ่ เป็นโรงแรมฮาลาล เพื่อความสะดวกของลูกค้า
                                  ทั้งเรื่องของอาหารการกิน รวมถึงการปฏิบัติศาสนกิจ เมื่อมาพักที่นี่  ”

++++++++++++++++++++++

                เปิดอาณาจักร “ภูพิมาน ” นักธุรกิจมุสลิมฝั่งอันดามัน “นายธีระศักดิ์ ขนานใต้” เจ้าของธุรกิจโรงแรม และธุรกิจบริการการท่องเที่ยว ในจังหวัดกระบี่ หรือ คนในพื้นที่จะรู้จักในนาม “บังหราบ”

                นิตยสาร ดิ อะลามี่ ฉบับนี้เราจะพามารู้จักกับ ธีระศักดิ์ ขนานใต้ หรือ บังหราบ แห่งอ่าวนาง เจ้าของธุรกิจโรงแรม ภูพิมาน รีสอร์ท แอนด์ สปา (PHU PI MAAN Resort& Spa )และธุรกิจโรงแรมในเครืออีกหลายแห่ง

               อ่าวนาง เมืองแห่งการท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ  ด้วยวิสัยทัศน์เริ่มต้นจากการทำรีสอร์ทเล็กๆ สู่โรงแรมระดับร้อยล้าน อาจมีคนไม่มากนักที่ก้าวผ่านประสบการณ์ และประสบความสำเร็จในเส้นทางธุรกิจ และได้รับการยอมรับทั้งในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และในอีกมิติของการเป็นผู้นำชุมชน

              “  ครอบครัวของเรามีพี่น้องทั้งหมด 13 คน ผมเป็นคนที่ 5 เติบโตจากครอบครัวชาวสวนยาง ทำนาปลูกข้าว เป็นลูกชาวบ้านธรรมดา ด้วยสภาพอ่าวนางในอดีต เป็นพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมือง ในช่วงวัยเด็กสมัยเรียนระดับชั้นประถมที่โรงเรียนบ้านช่องพลี เขาต้องเดินทางไป-กลับโรงเรียน ด้วยระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร ถนนหนทางยังไม่ลาดยาง ไม่มีรถยนต์ จากนั้นไปเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษา หรือ มศ.1 ที่โรงเรียนอำมาตย์พานิชย์นุกูล ผมค่อนข้างจะเกเร จึงเรียนไม่จบ แต่ต่อมาจึงคิดว่าเรื่องการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญ จึงได้มาเรียนต่อ กศน. และจบการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี เมื่ออายุ 50 ปี “   

            ธีระศักดิ์ ย้อนถึงเส้นทางชีวิตให้ฟังว่า ก่อนที่จะถึงวันนี้เขาผ่านการทำงานมาหลากหลายด้าน เพราะครอบครัวจะไม่ได้ร่ำรวย  แต่เขาเลือกที่จะเผชิญชีวิตด้วยตนเอง เดินทางไปทั่ว เป็นลูกจ้างทำประมงบ้าง ซื้อรองเท้ามาเดินขาย ทั้งในพื้นที่ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี

            “ ทุกวันนี้ ถ้าผมเห็นคนหิ้วรองเท้าขาย ผมจะซื้อตลอด ผมจะนึกถึงอดีตตอนที่ผมขายรองเท้าไม่ได้ บางวันไม่มีเงิน เพราะเอาเงินมาลงทุนซื้อรองเท้าหมด ไม่มีเงินในกระเป๋า”

            ธีระศักดิ์  บอกว่า ชีวิตเริ่มปักหลักปักฐาน หลังจากแต่งงานมีครอบครัว จึงหันมาทำไร่ ปลูกผัก ปลูกแตงโม เก็บออมเงินได้ก้อนหนึ่ง ประกอบกับอ่าวนางเริ่มพัฒนา มีถนนตัดผ่านเข้าในเมือง จึงนำเงินมาซื้อรถยนต์เพื่อมาวิ่งรับส่งโดยสาร แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกอาชีพนี้นั้นด้วยเหตุผลบางประการ

            แต่ด้วยความที่ชอบคบหาสมาคมกับเพื่อน  ผมชอบที่จะเรียนรู้และศึกษาในเรื่องของการทำธุรกิจ เมื่อประมาณปี 2531 เริ่มมาลงทุนเช่าที่ดินทำบังกะโลแบมบู มีชื่อว่า “ดรีมการ์เด้นท์อ่าวนาง” ขณะนั้น ให้เช่าคืนละ 80 บาท ให้บริการอยู่สักระยะหนึ่งก็ขายกิจการไป

            เมื่อประมาณปี 2537-2538  ผมได้รู้จักกับนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ชื่อคุณจันทิมา เจริญพาณิชย์ ในขณะนั้นเขาลงทุนทำหมู่บ้านจัดสรรขาย โดยเขาลงทุนให้ ผมทำหน้าที่ขาย ในส่วนของกำไร คุณจันทิมาฯ ก็แบ่งให้ผม เขาขอทุนคืนเท่านั้น จึงทำให้ผมเริ่มมีเงินมาลงทุน

            โรงแรมหรือ รีสอร์ท ในอ่าวนางในขณะนั้น  ถือว่าเป็นเรื่องใหม่มาก เพราะอ่าวนางยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ซึ่งมีไม่ถึง 10 แห่ง หลังจากนั้นได้ขยายกิจการไปซื้อดินบริเวณ บ้านไร่เลย์ ในอำเภออ่าวนาง โดยได้สร้างเพิ่มอีก 100 ห้อง ชื่อ “ดรีมวัลเล่ย์รีสอร์ท“ และเช่าที่ดินบริเวณชายหาดอ่าวนาง สร้างห้องพัก ชื่อ “อ่าวนางเพรสซิเด้นท์”

            อ่าวนางเริ่มขยายตัวด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น  เขาได้ลงทุนสร้างโรงแรมระดับ 5 ดาว เมื่อปี 2553 โดยใช้ชื่อว่า “ภูพิมานรีสอร์ท“ บนพื้นที่  7 ไร่ เป็นที่ดินมรดก โดยเฟสแรกสร้างบนพื้นที่ 3 ไร่เศษ ด้วยเงินลงทุน ประมาณ 80 ล้านบาท มีห้องพักจำนวน 24 ห้อง

            “ ผมใช้เวลาในการเตรียมสร้างโรงแรมมาหลายปี เช่น ได้ซื้อวัสดุเก่ามาสะสมไว้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่จะสร้างภูพิมานฯ โดยใช้วัสดุของเก่าเช่น อิฐ เสา ไม้สักเก่า ซึ่งล้วนแต่เป็นวัสดุที่หายาก สำหรับจุดเด่น เป็นโรงแรมที่ตั้งบนเนินเขา มองเห็นวิวและทิวทัศน์ของอ่าวนาง ”

            ธีระศักดิ์ บอกว่า โรงแรมภูพิมาน เกิดจากความตั้งใจ ว่าจะต้องทำสถานที่พัก เพื่อที่จะรองรับกลุ่มลูกค้า และ รับรองแขกผู้ใหญ่ที่เป็นมุสลิม หรือ เป็นโรงแรมฮาลาล เพื่อความสะดวกของลูกค้าที่เป็นมุสลิม ทั้งเรื่องของอาหารการกิน และการปฏิบัติศาสนกิจ เมื่อมาพักที่นี่

             “ ผมต้องการให้โรงแรมของเราสามารถเป็นที่พักรองรับแขกผู้ใหญ่ เช่น ท่านจุฬาราชมนตรี อาศีส พิทักษ์คุมพล และ อดีตผู้นำ นายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย ดร.มหาธีร์ มูฮัมหมัด เคยมาพักที่นี่ นี่คือสิ่งที่ผมภูมิใจ ที่โรงแรมของผมได้มีโอกาสต้อนรับและรับรองแขกบ้านแขกเมืองได้สมดั่งความตั้งใจ”

            ธีระศักดิ์ บอกว่า ประสบการณ์บริหารโรงแรมระดับ 5 ดาว ต้องผ่านความอดทน เพราะก่อนที่โรงแรมเป็นที่รู้จัก หลังก่อสร้างเสร็จในระยะ 1-3 เดือนแรก ยังไม่มีลูกค้า ผมเดินให้กำลังใจพนักงานของโรงแรมทุกวัน หลังจากนั้นเข้าเดือนที่ 4 ลูกค้าต่างชาติเริ่มรู้จักเราผ่านเวปไซด์ ปัจจุบันโดยเฉลี่ยมีลูกค้า 75 % ตลอดทั้งปี โดยราคาห้องพักจะขายตั้งแต่ ราคา 4,000 บาท ส่วนห้องสูท หรือ ห้องวีไอพี ราคา 15,000 บาท/คืน

              เขากล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า โรงแรมของเราสามารถตอบสนอง และรองรับลูกค้าได้เป็นอย่างดี  จึงเตรียมที่จะขยายโรงแรมเพื่อรองรับลูกค้าอีก 53 ห้อง ใช้งบประมาณการลงทุน 130 ล้านบาท (ไม่รวมราคาที่ดิน) โดยเริ่มลงเสาเข็มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณตุลาคม ปีนี้

           “จุดเด่นของเฟสสอง จะสามารถมองเห็นทะเล เห็นวิวทิวทัศน์อ่าวนาง 180 องศา ส่วนอีกด้านจะมองเห็นถึงตัวเมืองกระบี่ นอกจากนี้จะมีสระว่ายน้ำยาวประมาณ 60 เมตร ตลอดตามความยาวของอาคาร”

            นอกจากธุรกิจโรงแรม 3 แห่ง คือโรงแรมเพรสซิเด้นท์, ดรีมวัลเล่ย์รีสอร์ท  และ ภูพิมาน รีสอร์ท แอนด์สปา  และผมร่วมหุ้นธุรกิจโรงแรมอีกแห่งคือ “โรงแรมลันตามันดา” มีจำนวนห้องพัก 50 ห้อง บนเกาะลันตา แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออีกแห่งของจังหวัดกระบี่ และ ธุรกิจภาคบริการท่องเที่ยว เดินเรือทะเลรับส่งนักท่องเที่ยว คือ บริษัทอ่าวนางเทลเวล โดยมีเรือสปีดโบ๊ท และ เรือเฟอร์รี่ บริการนักท่องเที่ยวเชื่อมระหว่าง ภูเก็ต- อ่าวนาง เกาะลันตา และ อ่าวนาง-เกาะพีพี โดยร่วมหุ้นกับนักลงทุนอีกกลุ่มหนึ่ง

            หลังจากที่มีความพร้อมทางธุรกิจ ภารกิจทางสังคมก็เพิ่มตามมา เพราะชอบคบหาและมีเพื่อนหลากหลาย เขาจึงได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการและนักธุรกิจในพื้นที่ ให้นั่งในตำแหน่ง ประธานชมรมธุรกิจท่องเที่ยวอ่าวนาง ทำให้เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงอ่าวนางและมีส่วนร่วมในการผลักดันอ่าวนาง “ ซึ่งเปรียบเสมือน ระเบียงอันดามัน เป็นปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก”

             ธีระศักดิ์ บอกว่า หากมองย้อนกลับไปในอดีตธุรกิจโรงแรมที่พักในอ่าวนาง มีไม่เกิน 10 แห่ง เมื่อปี 2531 มาวันนี้ โรงแรมและห้องพักในอ่าวนางมีไม่น้อยกว่า 200 กว่าแห่ง และด้วยความต้องการห้องพักที่ไม่สิ้นสุด มีทุนใหญ่เข้ามาทำให้อ่าวนางมีห้องพักสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่ราคาหลักร้อย ไปจนถึงราคาสูงสุดกว่าแสนกว่าบาท /คืน

            เส้นทางชีวิตของ บังหราบ ได้คลุกคลีกับเรื่องการทำธุรกิจไม่ต่ำกว่า 30 ปี วันนี้เขายังมีอีกหนึ่งภารกิจและอีกตำแหน่งที่เพิ่งจะผ่านการเลือกตั้งมาหมาดๆ ตำแหน่ง กำนันตำบลอ่าวนาง  (แต่งตั้งเมื่อ19 พ.ย.59) ซึ่งจะต้องดูแลลูกบ้าน 8 หมู่บ้าน โดยมีประชากรตามทะเบียนราษฎร์ ประมาณ 14,000 คน และยังมีประชากรแฝงอีกกว่า 2 หมื่นคน โดยประชากรดั้งเดิมที่นี่ 95% นับถือศาสนาอิสลาม

            กำนันหราบ กล่าวว่า กำนันตำบลอ่าวนางจะต่างจากพื้นที่อื่น เพราะที่นี่เป็นพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีพื้นที่ปกครองที่เป็นเกาะแก่งอีกหลายแห่ง ทำหน้าที่ในบทบาทของฝ่ายปกครอง ส่วนเรื่องการพัฒนา เป็นบทบาทของเทศบาล ทั้งนี้กำนันจะทำหน้าที่ประสานงาน เป็นตัวแทนของพี่น้องตำบลอ่าวนาง และเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐ (หน่วยงาน) กับประชาชน

             เขากล่าวถึงวิสัยทัศน์ หลังจากนั่งตำแหน่งกำนันว่า “เราจะต้องจัดระเบียบอ่าวนาง เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของปัญหา อาทิเช่น การจัดระเบียบเสียง และจัดระเบียบพื้นที่ทางเท้า หรือ ผู้ประกอบการที่ล้ำพื้นที่สาธารณะ เพื่อเป็นทางเดินที่เหมาะสมและสะดวกกับนักท่องเที่ยว”

              อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นเมืองวัฒนธรรม และมีประชากรที่เป็นมุสลิมจำนวนมาก ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะมาเลเซีย อินโดนีเซียและชาวตะวันออกกลาง มาเที่ยวจำนวนมาก ด้วยสถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกินสะดวก คณะกรรมการหมู่บ้าน จึงได้เตรียมจัดทำโครงการโซนฮาลาลสตรีท บนถนนอ่างนาว-นพรัตน์ธารา จะมีทุกวันตั้งแต่ 4 โมงเย็นจนถึง 5 ทุ่ม โดยรายได้ส่วนหนึ่งเข้ากองทุนหมู่บ้าน เพื่อนำกลับมาพัฒนาโครงการต่อไป

            “ หลังจากรับตำแหน่งกำนัน ภารกิจแรก คือ เรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน กรณีเรื่องค่าเหยียบเกาะที่มีราคาแพง ได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าอุทยาน หน่วยงานราชการ และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (คุณอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก) ขอให้พิจารณาลดราคาค่าเหยียบเกาะ เพื่อบรรเทาปัญหา ซึ่งได้รับผลกระทบในภาพกว้างทั้งในจังหวัด กระบี่ พังงา และ ภูเก็ต โดยยื่นเสนอให้ได้รับคำตอบก่อนเดือนมกราคม ”

            วันนี้  “ธีระศักดิ์ ขนานใต้ “ หรือ กำนันหราบ ได้ใต่ความฝันของตัวเอง มาถึงจุดหนึ่ง บนปณิธานตนเองที่เขาคิดเสมอว่า …วันใดที่มีความพร้อม เขาก็พร้อมที่จะตอบแทนสังคม…”

            แม้วันนี้เขาจะเป็นนักธุรกิจที่ติดทำเนียบของจังหวัดกระบี่อีกคนหนึ่ง แต่ยังย้ำกับตัวเองและบอกกับคนใกล้ชิดเสมอว่า เขาคือชาวบ้านคนหนึ่ง ที่ไม่เคยลืมอดีต วันนี้เมื่อมีโอกาส เขาอยากตอบแทนและเป็นผู้ให้กับสังคม

 
ตีพิมพ์ครั้งแรก: นิตยสาร ดิอะลามี่ ฉบับ มกราคม 2559